14 มิถุนายน 2566

กิจกรรมและโครงการ

ข้อกฎหมายที่ควรรู้ก่อนลงมือต่อเติมบ้าน

ข้อกฎหมายที่ควรรู้ก่อนลงมือต่อเติมบ้าน

14 มิถุนายน 2566
หลากหลายเหตุผลที่คนมีบ้าน อยากต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับที่อยู่อาศัยของตัวเอง และสิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนที่จะเริ่มงานออกแบบก่อสร้าง ก็คือ บทบัญญัติทางกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง จนต้องโดนเพื่อบ้านฟ้องร้อง หรือต้องทุบทิ้ง

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมบ้าน โดยตรง ก็คือ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21 และ 39 ทวิ ซึ่งสรุปเอาไว้ให้เข้าใจง่าย คือ การจะดัดแปลง ต่อเติมอาคาร ต้องแจ้ง และต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานท้องถิ่นก่อนเสมอ (ตามมาตรา 21) พร้อมกับ ต้องยื่นแบบแปลน รวมถึง ชื่อสถาปนิกและวิศวกรที่ควบคุมงาน ให้เจ้าพนักงานทราบ (ตามมาตรา 39ทวิ) พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กำหนดให้การก่อสร้าง/ต่อเติมต้องมีระยะห่างระหว่างอาคาร เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและป้องกันการรบกวนบุคคลในพื้นที่ข้างเคียง

ข้อกฎหมายที่ควรรู้ก่อนลงมือต่อเติมบ้าน
ระยะห่างระหว่างอาคารสำหรับการต่อเติมบ้าน

อาคารชั้นเดียว จนถึงอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 9 เมตร เช่น ต่อเติมบ้าน พื้นที่หลังบ้าน เป็นห้องครัว ห้องซักล้าง ระเบียงชั้น 2

ระยะห่างผนัง กรณีผนังมีช่องเปิด (ช่องเปิด หมายถึง หน้าต่าง ช่องลม ช่องที่แสงสามารถส่องผ่านได้) ต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียง ไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร
ข้อกฎหมายที่ควรรู้ก่อนลงมือต่อเติมบ้าน
ระยะห่างผนัง กรณีผนังทึบ ต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียง ไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร

*ยกเว้น เจ้าของพื้นที่ข้างเคียงมีหนังสือยินยอมให้สร้างได้ จึงจะสามารถสร้างชิดเขตแนวที่ดินได้ (ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 ข้อ 50)

ข้อกฎหมายที่ควรรู้ก่อนลงมือต่อเติมบ้าน
ระยะห่างชายคา/กันสาด ชายคาต้องห่างจากแนวเขตไม่น้อยกว่า 0.5 ม. เท่ากันกับกรณีผนังทึบ
ระยะห่างสำหรับการต่อเติมระเบียงชั้นบน

ข้อกฎหมายที่ควรรู้ก่อนลงมือต่อเติมบ้าน
การต่อเติมระเบียงชั้นบน หรือหลังคาที่สามารถขึ้นไปใช้งานด้านบนได้ จะต้องเว้นระยะจากระเบียง จนถึงแนวเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร เท่ากับกรณีต่อเติมผนังที่มีช่องเปิด

ถ้าหากก่อสร้าง ดัดแปลง ต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น มีบทลงโทษตามกฎหมายมาตรา 65 คือ จำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และโทษปรับเป็นรายวัน ไม่เกินวันละ 10,000 บาท มาตรา 40 ถูกสั่งให้หยุดการก่อสร้าง หรือสั่งห้ามใช้ หรือห้ามเข้า หรือสั่งให้ไปปฏิบัติตามกฎหมาย หรือในกรณีแย่ที่สุดอาจต้องรื้อถอนทั้งหมด (ตามมาตรา 42)